USOBET จัน วัฒนากา และ เมียนมาบอยส์ “เอเอฟเอฟวันนี้ไม่มีไม้ประดับ”

USOBET ”

2 ชาติที่เคยรุ่งเรืองแต่ถูกสงครามและการเมืองฉุดพวกเขาสู่ก้นเหวของทวีป… วันนี้พวกเขากำลังก้าวสู่ความหวังใหม่ของวงการฟุตบอลเมียนมา-กัมพูชา

USOBET เกมระหว่าง เมียนมา พบกับ กัมพูชา อาจจะเป็นเกมที่แสนจะธรรมดาของใครหลายคน เมื่อเทียบจากอันดับโลก ชื่อชั้นในยุคปัจจุบัน แต่สำหรับคนทั้ง 2 ชาติแล้ว นี่คือแมตช์แห่งศักดิ์ศรี ของ 2 ประเทศที่เคยมีเกียรติภูมิลูกหนังไม่แพ้ใครในเอเชีย แต่ถูกฉุดสู่ก้นเหวของอาเซียนจากภัยสงครามและการเมือง

สงคราม และการเมืองภายในประเทศ พรากทุกอย่างจาก 2 ชาตินี้ “กัมพูชา” ก้าวสู่ยุครุ่งเรืองสุดๆในช่วงปี 1970-1973 พวกเขากลายเป็นชาติแข็งแกร่ง ซิวแชมป์เพรสซิเดนท์ คัพ (ร่วมกับเมียนมา) ที่ประเทศเกาหลีใต้, คว้าอันดับ 4 เอเชี่ยน คัพ ที่ประเทศไทย โดยมีนักเตะระดับดาราเอเชียอย่าง เพ็ญพัตร วงษ์สวรรค์ (ย้ายมาเล่นให้ ราชประชา ปี 1972 และเคยไปค้าแข้งที่ประเทศฝรั่งเศส) เป็นตัวชูโรง

ท่ามกลางบรรยากาศที่คุกรุ่น จนถึงจุดแตกหัก เมื่อ “เขมรแดง” ได้ครองอำนาจปกครอง ในปี 1975 ประเทศตกอยู่ในภาวะสงคราม รวมถึงมีการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ คร่าชีวิตผู้คนมากมาย ฟุตบอลของเขมรหายไปจากสารระบบลูกหนังโลก เป็นเวลายาวเกือบ 30 ปี

ต่อมามีการประกาศฟื้นฟูประเทศ ปี 1993 เป็นต้นมา วงการลูกหนังแดนขะแมร์ ที่หยุดชะงักไปนานร่วม 30 ปี ก็ไม่สามารถกลับไปยืนจุดเดิมได้อีกเลย แถมฟุตบอลลีก ยังมีปัญหาเรื่องการคอรัปชั่น และล้มบอล ที่รุนแรงมากในภายประเทศ รวมถึงสภาพเศรษฐกิจ หลากหลายปัจจัย ที่ทำให้การพัฒนาฟุตบอลของ กัมพูชา ไปได้ช้ามากนับตั้งแต่บัดนั้น

“พม่ายุคนั้น คือชาติเบอร์ 1 ของเอเชีย” คำบอกเล่าถึงความยิ่งใหญ่ในอดีตจาก จิรัฏฐ์ จันทะเสน เลขาธิการสมาคมประวัติศาสตร์ฟุตบอลสยาม ถึงทีมชาติเมียนมาว่าเคยยิ่งใหญ่เกรียงไกรจนทุกชาติในทวีปต้องยอมรับ

จุดเริ่มต้นยุคทอง เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 1954 เป็นต้นมา พม่า กวาดสำเร็จมากมาย ทั้ง แชมป์เอเชียนเกมส์ 2 สมัย, รองแชมป์เอเชี่ยน คัพ 1 สมัย, แชมป์กีฬาแหลมทอง 5 สมัยติดต่อกัน, แชมป์เมอร์เดก้า 4 สมัย, เพรสซิเดนท์ คัพ 3 สมัย ผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้าย โอลิมปิก เกมส์ ที่กรุงมิวนิค ปี 1972 และเคยรั้งอันดับ 31 ของโลกตามฟีฟ่า แรงกิ้ง ในปีดังกล่าว

จากนั้นพวกเขาประสบชะตากรรมที่ไม่ต่างจาก กัมพูชา คือเกิดภาวะสงครามการเมือง และมีการปิดประเทศ ทำให้ฟุตบอลเมียนมาหยุดการพัฒนา ก่อนจะมีการเลือกตั้งและเปิดประเทศเพื่อฟื้นฟูและพัฒนา เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา… ผลงานที่ดีสุดของพวกเขา นับตั้งแต่สิ้นุสดยุคทอง คือ ได้เหรียญเงิน ซีเกมส์ 1993 และอันดับ 4 เอเอฟเอฟ คัพ ปี 2004 เท่านั้น

เมียนมาบอยส์ 2016 และ จัน วัฒนากา จึงเป็นความหวังที่อุบัติขึ้นภายหลังเมฆหมอกแห่งสงคราม และ 2 เกมแรก คงแสดงให้ชาวอาเซียนเห็นแล้ว ครั้งนี้ “ไม่มีไม้ประดับกลุ่มหรือทีมแจกแต้มอีกต่อไป”

ย้อนกลับไป ปี 2014 เมียนมา รับหน้าที่เป็นเจ้าภาพศึกชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี รอบสุดท้าย และผ่านทะลุเข้าถึงรอบ 4 ทีมสุดท้าย คว้าตั๋วไปเล่น ฟุตบอลโลก ยู-20 ที่ประเทศนิวซีแลนด์ได้สำเร็จ ขณะที่ชาติอย่าง เกาหลีใต้, ญี่ปุ่น, จีน, อิหร่าน และไทย ต่างไปไม่ถึงดวงดาว รวมถึง ยูเออี ที่มีทุกอย่างในประเทศเหนือกว่าพวกเขาทุกด้าน ก็ยังถูกเมียนมาเขี่ยตกรอบ 8 ทีมสุดท้าย

และในศึกชิงแชมป์โลก ยู-20 ที่ประเทศนิวซีแลนด์ เมียนมา ทำได้ 2 ประตูจาก 3 นัด แม้จะไม่ชนะใคร แต่เกมที่พบกับ ทีมชาติสหรัฐอเมริกา พวกเขาเล่นได้น่าประทับใจ

แกร์ด ซีเซ่ กุนซือชาวเยอรมันที่คุมทัพทีมเยาวชนเมียนมา กล่าวว่า “คนเมียนมาภูมิใจกับทีมชุดนี้มาก และนี่คือจุดเริ่มต้นของฟุตบอลเมียนมา” ขุนพลเด็กหนุ่มชุดนั้น รวมถึง แกร์ด ซีเซ่ กลายเป็นความหวังของทั้งชาติ การที่เห็นทีมชาติเข้าใกล้ฟุตบอลโลก แม้จะเป็น รุ่นยู-20 ก็ทำให้ผู้คนในประเทศเชื่อมั่นในทีมชุดนี้ ต่อมา ซีเซ่ ได้รับการแต่งตั้งให้ขึ้นมาทำหน้าที่เฮดโค้ช ทีมชาติเมียนมาชุดใหญ่

เขายังยึดมั่นในพลังหนุ่ม ซีเซ่ ตัดสินใจดันดาวรุ่งจากทีมชาติชุดอายุไม่เกิน 20 ปี มาขึ้นสู่ชุดใหญ่เกือบยกเช็ต ในการแข่งขันเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2016 ที่เมียนมาเป็นเจ้าภาพ มีนักเตะที่อายุเกิน 23 ปี เพียงแค่ 5 รายเท่านั้น รวมถึงยังกล้าตัดชื่อ คยอ โค โค ซูเปอร์สตาร์หมายเลข 1 ของพม่า ออกจากทีม เนื่องจากมีปัญหาเรื่องวินัย ในทัวร์นาเมนต์ที่สำคัญเช่นนี้

ขณะที่ กัมพูชา ผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่ม เอเอเอฟ ซูซูกิ คัพ 2016 ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 8 ปี ตลอด 5 ครั้งที่ผ่านมา กัมพูชา มีสถานะเป็นเพียงทีมแจกแต้ม ถูกคู่แข่งไล่ถล่มครั้งแล้วครั้งเล่า (เคยแพ้ต่อเวียดนามมากถึง 9-1 ในปี 2004) และเก็บชัยชนะได้เพียง 2 ครั้ง ซึ่งชัยชนะครั้งสุดท้ายต้องย้อนกลับไปเมื่อ 14 ปีที่แล้ว ในอาเซียนคัพ 2002

ภายใต้การคุมทัพของ ลี แท ฮุน กุนซือชาวเกาหลีใต้ เขาเลือกที่จะผลักดันดาวรุ่งเลือดใหม่ มาขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่เป็นจำนวนมาก ทั้ง ประ มุณี อดุม, เขียว ซกเพ็ง สด ศุหนะ และ จัน วัฒนากา หัวหอกจาก เบิงเขต อังกอร์ ที่ได้รับการจับตามอง หลังจากแจ้งเกิดในทัวร์นาเมนต์ โตโยต้า แม่โขง คลับ แชมเปียนชิพ 2015

สิ่งที่น่าสนใจของ เมียนมา และ กัมพูชา คือพวกเขาเป็น 2 ชาติที่มีค่าเฉลี่ยอายุผู้เล่นน้อยสุดในทัวร์นาเมนต์นี้ โดยอายุเฉลี่ยของกัมพูชา อยู่ที่ 21.7 ปี ส่วนเมียนมา อยู่ที่ 22.6 ปี เมื่อเทียบกับ ทีมชาติไทย ที่เคยผลักดันดาวรุ่งชุด ยู-23 ขึ้นมาเป็นนักเตะชุดใหญ่ จนคว้าแชมป์สมัยที่แล้ว มีค่าเฉลี่ยอายุอยู่ที่ 26.1 ปี นั่นแสดงเห็นว่า พวกเขาพร้อมที่รับมือกับความผิดหวังจากผลการแข่งขันที่อาจถูกถล่มยับเยิบ เพื่อสร้างประสบการณ์ให้ในต่อกรกับทีมที่เหนือกว่า และผู้เล่นที่มีอายุมากกว่า เป็นโอกาสทองให้ผู้เล่นยังบลัดได้เรียนรู้ทุกอย่างเท่าที่พวกเขาต้องการ

เมียนมา ออกสตาร์ทนัดแรก พบกับ เวียดนาม เต็ง 2 ของรายการ แข้งพลังหนุ่มของเมียนมา สามารถต่อกรกับคู่แข่งที่เคยถลุงพวกเขาขาดลอย 7-1 เมื่อปี 2010 จนเกือบแบ่ง 1 คะแนนได้ ก่อนจะพลาดท่าถูก กง วินห์ กัปตันทีมเวียดนาม ยิงในนาทีที่ 78 พ่ายไป 2-1

ส่วน กัมพูชา พบกับ มาเลเซีย หากดูตามชื่อชั้นแล้ว คงน่าจะไม่ใช่งานยากของแชมป์ปี 2010 แต่เอาเข้าจริง กัมพูชา เกือบเป็นฝ่ายคว้าชัยชนะจากเหมาคนเดียว 2 ประตูของ จัน วัฒนากา ช่วยให้ กัมพูชา นำ มาเลเซีย 1-0 และ 2-1 ก่อนจะถูก อัมรี ยะห์ยา กัปตันเสือเหลืองอาศัยความเก๋าเบิ้ล 2 ลูกรวดช่วงท้ายเกม แซงกลับมาชนะ 3-2

ทั้งคู่ประเดิมนัดแรก ต่ออดีตแชมป์อาเซียนอย่าง มาเลเซีย และ เวียดนามได้อย่างสนุก ไม่ถูกถล่มหรือไล่ต้อนเหมือนแต่ก่อน

นัดที่ 2 สองชาติพลังหนุ่มอย่าง เมียนมา และ กัมพูชา ต้องมาห่ำหั่นกันเอง ในแมตช์ที่ผู้แพ้ต้องตกรอบ และ กัมพูชา ของกุนซือ ลี แต ฮุน เลือกวางเดิมพันด้วยการเปลี่ยนกัปตันทีมมาเป็น จัน วัฒนากา กองหน้าวัย 22 ปี… สิ่งนี้น่าจะอธิบายได้ชัดที่สุดว่า วงการฟุตบอลกัมพูชา ฝากความหวังไว้ที่เขามากเพียงใด…

“กัปตันจัน” ยังคงใช้ความเร็วและทักษะความสามารถเฉพาะตัว ปั่นป่วนเกมรับเมียนมา ก่อนจ่าย 1 แอสซิสท์ให้ สด ศุหนะ ทำประตูขึ้นนำเจ้าภาพ 1-0 แต่แล้ว จุดอ่อนในเรื่องเกมรับก็ทำให้ กัมพูชา ต้องเสีย 2 ประตู จากลูกตั้งเตะในช่วงท้ายครึ่งแรก พร้อมกับจบครึ่งแรกในโมเมนตั้มที่เหวี่ยงมาทางเจ้าภาพ

การเสียผู้เล่นอย่าง ประ มุณี อุดม กองกลางที่คอยวางบอลยาว คุมจังหวะเกมแดนกลาง ส่งผลต่อทีมมาก เมียนมา ครองเกมได้เหนือกว่า อาศัยความแข็งแกร่งและการเพรสซิ่งเร็ว กดดันกัมพูชา จนมาได้ประตูหนีห่าง 3-1 จาก อ่อง ธู ก่อนที่ ‘มหาชัย ดาร์บี้’ จะหมดเวลาการแข่งขันลงด้วยสกอร์ดังกล่าว… “เมียนมา” ได้ลุ้นต่อนัดสุดท้ายกับ มาเลเซีย ส่วน กัมพูชา กลายเป็นทีมแรกที่ต้องตกรอบหลังจากรอคอยมานานถึง 8 ปี

นี่ไม่ใช่การตกรอบแบบสิ้นหวัง เหมือนหลายครั้งที่ผ่านา ความกล้าหาญที่เลือกใช้นักเตะอายุน้อยสุดในทัวร์นาเมนต์ และสามารถต่อกรกับคู่แข่งได้อย่างสนุก คือความประทับใจที่ กัมพูชา ได้ฝากเอาไว้ในทัวร์นเมนต์นี้

เช่นเดียวกับ เมียนมา ที่ไม่ว่าผลการแข่งขันนัดสุดท้าย กับ มาเลเซีย จะลงเอยอย่างไร และทีมของพวกเขาจะไปได้ไกลแค่ไหนในเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2016 คงไม่ใช่เรื่องสำคัญ…

แต่เป็นก้าวต่อไปของทั้ง เมียนมา รวมถึง กัมพูชา ว่าจะเติบโตได้ดีแค่ไหน จากหน่ออ่อนที่พวกเขาปลูกไว้ในเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ครั้งนี้ ต่างหาก ที่น่าจับตามอง

USOBET กิเลนเผยเปา”โอกาเบะ”เตรียมชี้ขาดเกมดวลบุรีรัมย์

USOBET

เมืองทองเผยชื่อเปาญี่ปุ่นที่ ส.บอล เตรียมนำมาตัดสินเกมดวล บุรีรัมย์ ศึกช้าง เอฟเอคัพ โดยมีดีกรีฟีฟ่าซึ่งเป็นเชิ้ตดำรุ่นใหม่ที่น่าจับตามอง

USOBET เมืองทอง ยูไนเต็ด ประกาศได้รับการยืนยันจากสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยแล้วว่า ทาคูโตะ โอกาเบะ คือผู้ตัดสินชาวญี่ปุ่น ที่เตรียมลงชี้ขาดเกมเปิดบ้านพบกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในศึกช้าง เอฟเอคัพ รอบ 16 ทีมสุดท้าย วันที่ 3 สิงหาคมนี้

เกมดังกล่าวสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยประกาศก่อนหน้านี้แล้วว่าจะใช้ทีมงานผู้ตัดสินจากญี่ปุ่น 3 รายมาทำหน้าที่ และล่าสุดทางฝั่ง เมืองทอง ยูไนเต็ก ก็ยืนยันแล้วว่าผู้ตัดสินที่ 1 จะเป็น ทาคูโตะ โอกาเบะ ดีกรีฟีฟ่าซึ่งถือเป็นดาวดวงใหม่ในวงการผู้ตัดสินเอเชียที่เพิ่งติดทำเนียบฟีฟ่าเมื่อปี 2015 ที่ผ่านมา

สำหรับ ทาคูโตะ โอกาเบะ ในวัย 35 ปีทำหน้าที่ในทุกรายการของลีกญี่ปุ่น ทั้งเจลีกและฟุตบอลถ้วย อีกทั้งยังรวมถึงเกมเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก โดยการมาทำหน้าที่ในเกมช้างเอฟเอคัพ 2016 จะถือเป็นการออกทำหน้าที่ในฟุตบอลลีกประเทศที่ 4 ต่อจาก วีลีก เวียดนาม, ไชนิส ซูเปอร์ลีก ประเทศจีน และเอลีก ออสเตรเลีย ที่เจ้าตัวไปทำหน้าที่มาแล้ว

ขณะเดียวกันยังมีรายงานด้วยว่า ทาคูโตะ โอกาเบะ ถือได้ว่าเป็นผู้ตัดสินสายเลือดใหม่ที่น่าจับตามองในวงการฟุตบอลเอเชีย โดยเจ้าตัวมีจุดเด่นในเรื่องความฟิตที่ได้รับชื่นชมในการทดสอบสมรรถภาพร่างกายที่ประเทศมาเลเซีย เมื่อปี 2015>